ประธานาธิบดี   เหมาเจ๋อตง (毛泽东)

 

(26 ธันวาคม1893 – 9 กันยายน1976)

 

 

            

 

         บุรุษหนุ่มไฟแรงผู้นำพรรคพวกและกองทัพแดง เดินทัพทางไกล 25,000 ลี้ ในปีค.ศ. 1930-1933 คือ บุคคลเดียวกับบุรุษวัย 50 เศษ ผู้สงบนิ่งท่ามกลางคลื่นมหาชน ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน ก่อนประกาศต่อปวงชน ณ ที่นั้นและชาวโลก ในวันที่ 1 ตุลาคม ปีค.ศ. 1949 ด้วยประโยคที่หนักแน่น มีพลังว่า “ประชาชนจีนได้ลุกขึ้นยืนแล้ว!” และบุคคลคนเดียวกันนี้ ที่เปิดฉากการเคลื่อนไหวปฏิวัติวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1966 บุรุษผู้ทำให้การกำเนิดของ ‘สาธารณรัฐประชาชนจีน’ เต็มไปด้วยเรื่องราวของหยดเลือดและหยาดน้ำตา ... นามของบุรุษผู้นั้น เหมาเจ๋อตง (ค.ศ.1893-1976)

 

         จากประสบการณ์การเป็นนักเคลื่อนไหวในวัยหนุ่ม เหมาเจ๋อตง ได้แสดงออกถึงภาพลักษณ์ของเยาวชนผู้มีจิตใจหาญกล้า เต็มเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณนักปฏิรูปทางความคิด และภายหลังได้เป็นผู้นำการคัดค้าน การต่อสู้ และการปฏิวัติที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เพื่อให้ได้มาซึ่งความเท่าเทียมในสังคม เหมาเจ๋อตงไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นประเทศจีนใหม่ ที่ล้มล้างอำนาจเก่า และสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กับมาตุภูมิแล้ว อีกด้านหนึ่งยังเป็นมือที่ถอนรากวัฒนธรรมจีนในคราเดียวกัน

 

 

 

        เหมาเจ๋อตง เกิดในครอบครัวชาวนาพอมีอันจะกิน ในเสาซัน มณฑลหูหนัน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ.1893 บิดาของเหมา เหมาอี๋ชาง เป็นคนเข้มงวด และชอบบังคับ เหมามักต่อต้านบิดาอยู่เสมอ ซึ่งมีส่วนหล่อหลอมให้เหมาเป็นคนเข้มแข็ง ชอบต่อสู้คัดค้าน อย่างไรก็ตามเหมาก็ได้รับการสั่งสอนคุณสมบัติที่ดีงามจากผู้เป็นแม่คือ ความใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และรักการใช้แรงงาน

 

 

                     ภาพซ้าย -เหมาเจ๋อตงกับมารดา น้องชายเหมาเจ๋อถัน (ซ้ายสุด) และเหมาเจ๋อหมิน(ที่สองจากซ้าย) ถ่ายภาพร่วมกันในฤดูใบไม้ผลิ ปี 1919 ที่ฉางซา เหมาเจ๋อตง(ขวาสุด)อายุ 16 ปี ภาพขวา -ถ่ายร่วมกับบิดาเหมาอี๋ชาง (ที่สองจากซ้าย) และลุงเหมาฝูเซิง (ที่สองจากขวา) ที่ฉางซาในปีเดียวกัน

 

 

       ปี 1910 เริ่มเข้าเรียนในโรงเรียน จากนั้นไม่นานก็เกิดการปฏิวัติประชาธิปไตยชนชั้นนายทุนของดร.ซุนยัดเซ็น (การปฏิวัติซินไห่ ปี 1911) ลาออกจากโรงเรียนมาสมัครเข้ากองทหารปฏิวัติ หลังจากนั้นทำงานที่ห้องสมุด ที่นี้ทำให้เขามีโอกาสได้อ่านหนังสือมากขึ้น

       

       ปี 1913 สอบเข้าเรียนวิทยาลัยครูที่หูหนัน เหมาเป็นนักศึกษาที่ขยันเรียน ขณะเดียวกันก็สนใจการเคลื่อนไหวทางการเมืองและสังคม และได้เข้าร่วมในการต่อสู้การคัดค้านหยวนซื่อข่าย (ประธานาธิบดีเผด็จการสมัยนั้น) และเริ่มได้รับอิทธิพลทางความคิดลัทธิมาร์กซ์

 

 

ภาพนี้ถ่ายในปี 1913 เมื่อครั้งสมัครเข้าเรียนในวิทยาลัยครูที่สี่ ในหูหนัน

 

       ปี 1920 เป็นครูสอนที่โรงเรียน และเปิดโรงเรียนกลางคืนสอนเยาวชนที่ด้อยโอกาส และจัดตั้งหน่วยลัทธิคอมมิวนิสต์ขึ้น เหมาแต่งงานกับหยางไคฮุ่ย หยางเป็นนักศึกษาหญิงได้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวปฏิวัติกับเหมา จนถูกพวกกั๋วหมินตั่งจับกุมและถูกประหารชีวิต ปี 1930

 

 

เหมาเจ๋อตง (ที่สี่จากซ้าย) ค่อยๆกลายเป็นกลุ่มแนวร่วมลัทธิมาร์กซ์ ได้ร่วมจัดตั้งหน่วยลัทธิคอมมิวนิสต์ขึ้น และใช้เวลากลางคืนเปิดโรงเรียนสอนเยาวชนที่ด้อยโอกาส เขาได้พบกับนักศึกษาหญิงที่เข้าร่วมการเคลื่อนไหวปฏิวัติด้วยกัน ชื่อ หยางไคฮุ่ย และต่อมาได้แต่งงานกัน ภาพนี้ถ่ายร่วมกับกลุ่มนักเคลื่อนไหว ที่เถาหยันถิงในกรุงปักกิ่ง เมื่อปี 1920

 

 

       ปี 1921 เหมาเข้าร่วมการประชุมผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์ทั่วประเทศครั้งที่ 1 ที่เซี่ยงไฮ้ เป็นเลขาธิการกรรมการพรรคเขตหูหนัน นำการเคลื่อนไหวในกลุ่มกรรมกร และชาวนาอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่เหมาเป็นเลขาธิการคณะกรรมการการเคลื่อนไหวชาวนาของพรรคได้เสนอแนวทาง “ยืนหยัดการนำของชนชั้นกรรมาชีพต่อการปฏิวัติประชาธิปไตย อาศัยพันธมิตรกรรมกรชาวนาเป็นพื้นฐาน”

       

       ปี 1927 สร้างฐานที่มั่นปฏิวัติแห่งแรกขึ้นที่เขาจิ่งกังซัน จากการรวบรวมกองทหารกรรมกรและชาวนา ต่อมาเหมาได้พัฒนาแนวทางยุทธศาสตร์การปฏิวัติของจีน คือ “ใช้ชนบทล้อมเมือง ยึดอำนาจรัฐด้วยอาวุธ” ชี้นำการปฏิวัติจีนจนได้รับผลสำเร็จ

       

       ปี 1930 -1933 ร่วมกับ จูเต๋อ นำกองทัพแดงต้านการล้อมปราบครั้งใหญ่ของกั๋วหมินตั่ง 4 ครั้ง เมื่ออำนาจการนำกองทัพถูกพวกลัทธิซุ่มเสี่ยงหวังหมิงแย่งชิงไป ทำให้พ่ายแพ้การล้อมปราบครั้งที่ 5 จึงต้องละทิ้งฐานที่มั่น เดินทัพทางไกล 25,000 ลี้ไปทางเหนือใช้เวลา 3 ปี

       

       ปี 1936 ได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมการกลางการทหาร (เหมาได้ดำรงตำแหน่งนี้ตลอดจนถึงแก่กรรม)

       

       ปี 1937 - 1945 เหมานำพรรค กองทัพ และประชาชนทำสงครามประชาชนต่อต้านญี่ปุ่นด้วยยุทธวิธี “สงครามยืดเยื้อ” จนได้ชัยชนะ

ช่วงปี 1937 - 1945 เหมานำพรรคคอมมิวนิสต์ กองทัพแดง และประชาชนทำสงครามประชาชนต่อต้านญี่ปุ่นด้วยยุทธวิธี “สงครามยืดเยื้อ” จนได้ชัยชนะ ในภาพเหมากับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ จูเต๋อ โจวเอินไหล และฉินปังเสี้ยน ที่เอี๋ยนอัน ฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์ ในปี 1937

 

 

       ปี 1943 เหมาได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ และได้ดำรงตำแหน่งนี้ต่อเนื่องทุกสมัยจนถึงแก่กรรม

       

       ปี 1946 –1948 เหมาได้นำกองทัพปลดแอกและประชาชนจีน ทำสงครามทำลายการรุกโจมตีของฝ่ายเจียงไคเช็ค เขาเป็นผู้บัญชาการสู้รบในยุทธการใหญ่ 3 ครั้งได้รับชัยชนะขั้นเด็ดขาด ทำการรุกไล่ทหารเจียงต่อไปจนสามารถยึดอำนาจรัฐทั่วประเทศ

       

       ปี 1949 วันที่ 1 ตุลาคม ประธานเหมาเจ๋อตงประกาศสถาปนา สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จตุรัสเทียนอันเหมิน ในกรุงปักกิ่ง หลังการตั้งประเทศจีนใหม่ เหมาได้นำพรรคและประชาชนปฏิบัติภาระหน้าที่อันหนักหน่วงในการปรับปรุงปฏิรูปด้านต่างๆ อาทิ การปฏิรูปที่ดิน ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประชาชาติ ปรับปรุงให้อุตสาหกรรมและวิสาหกิจที่สำคัญเป็นแบบสังคมนิยม ขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับการคุกคามจากต่างประเทศ ระหว่างต้นทศวรรษที่ 5 จีนต้องทำสงคราม “ต่อต้านอเมริกา หนุนช่วยเกาหลี”

 

วันที่ 1 ตุลาคม 1949  ประธานเหมาเจ๋อตงประกาศสถาปนา สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน

 

 

ภาพซ้าย -เหมากับสตาลิน ขณะเยือนสหภาพโซเวียต มหาอำนาจค่ายสังคมนิยมในขณะนั้นเป็นครั้งแรก ภายหลังสถาปนาจีนใหม่ ระหว่างธันวาคม ปี 1949-กุมภาพันธ์ ปี 1950 ภาพขวา -20 ปีหลังจากนั้น จีนหันมาจับมือกับมหาอำนาจฝ่ายเสรีนิยม อย่างสหรัฐอเมริกา 21 กุมภาพันธ์ ปี 1972 เหมาเจ๋อตงต้อนรับการมาเยือนของประธานาธิบดีนิกสัน หลังจากนั้น (28 กุมภาพันธ์) จีนและสหรัฐก็ได้ร่วมกันประกาศ ‘ปฏิญญาเซี่ยงไฮ้’ เป็นสัญญาณว่า ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศได้เข้าสู่ภาวะปรกติ

 

       ปี 1954 เหมาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการประชุมสมัชชาผู้แทนประชาชนทั่วประเทศ ครั้งที่ 1

เหมาเจ๋อตง ในอิริยาบทต่างๆ ภาพแรก -ขณะเยี่ยมชาวนาในชนบท ที่มณฑลเหอหนัน ปี 1958 กลาง – เหมาที่เซี่ยงไฮ้ ภาพที่สาม –ที่หลูซัน ปี 1961

 

 

       ปี 1966 เนื่องจากการประเมินสถานการณ์การต่อสู้ทางชนชั้นภายในประเทศผิดพลาด เหมาได้เปิดการเคลื่อนไหวปฏิวัติวัฒนธรรม ซึ่งต่อมาถูกกลุ่มหลินเปียวและกลุ่มเจียงชิงเข้าควบคุม จนทำให้การเคลื่อนไหวขยายวงกว้าง จนเกินกว่าที่เหมาจะควบคุมได้ สร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชน อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนั้นเหมาก็ได้มองเห็นความผิดพลาด และพยายามยับยั้งความเสียหายแต่ก็ไม่เป็นผล การปฏิวัติวัฒนธรรมกินเวลายาวนานถึง 10 ปี

 

 

เหมาเจ๋อตง ผู้นำสุงสุด โจวเอินไหล นายกรัฐมนตรีนักการทูตผู้โด่งดัง และเติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำจีนรุ่นที่สอง ทั้งสามนับเป็นบุคคลสำคัญที่ได้ก่อร่างสร้างประเทศจีนใหม่ และยังอยู่ในหัวใจชาวจีนเสมอมา ซ้าย –เหมากับโจวเอินไหล และขวา -กับเติ้งเสี่ยวผิง ในปี 1974

 

 

        ทุกครั้งที่ประธานเหมาออกเยี่ยมเยือนประชาชน กลุ่มเยาวชน หรือกรรมกรชาวนา จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ซ้าย –เหมากับกลุ่มตัวแทนเยาวชนแนวร่วมประชาธิปไตยใหม่ ในปี 1957 ขวา – เหมาเยี่ยมโรงเรียนในเสาซัน บ้านเกิดที่หูหนัน มิถุนายน ปี 1959

 

 

       ปี 1976 วันที่ 9 กันยายน 1976 เหมาถึงแก่กรรมที่กรุงปักกิ่ง รวมอายุ 83 ปี มีบุตร 5 คน ชาย 3 หญิง 2

 

 

        หลังจากเหมาถึงแก่กรรม 5 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ทำการประเมินผลงานและความผิดพลาดของเหมาอย่างรอบด้าน ได้ข้อสรุปว่า แม้ในบั้นปลายชีวิต เหมาจะได้ทำความผิดพลาดที่ร้ายแรง ในเหตุการณ์เคลื่อนไหวปฏิวัติวัฒนธรรม แต่เมื่อเทียบกับผลงานอันใหญ่หลวง และยาวนานที่ท่านสร้างให้แก่แผ่นดินและประชาชนจีน คุณความดีของท่านมีมากกว่าความผิดพลาด ประธานเหมาเจ๋อตงยังคงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่เคารพรักของประชาชนจีน สำหรับทฤษฎีความคิดของเหมาเจ๋อตง ซึ่งผ่านการวิเคราะห์และพัฒนามาจากลัทธิมาร์กซ์บวกกับสภาพที่เป็นจริงของประเทศจีน ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมเฉพาะกับประเทศจีน และเป็นตัวชี้นำการปฏิวัติของจีนจนได้รับชัยชนะ ซึ่งยังคงเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งที่พรรคยึดถือเป็นความคิดชี้นำต่อมา

 

 

 

ที่มา :  http://www.thaichinese.net/

         http://www.manager.co.th/china/

         http://www.tlcthai.com