หน้าหลัก

ประวัติการ์ตูนไทย

การพัฒนาการของการ์ตูนไทย

ประวัตินักเขียนการ์ตูนไทย

หัดวาดการ์ตูน

ผู้จัดทำ

 

ประวัตินักเขียนการ์ตูนไทย     

 

ขรัวอินโข่ง

เปล่ง ไตรปิ่น

เหม เวชกร

สวัสดิ์ จูฑะรพ

เตรียม ชาชุมพร

ปยุต เงากระจ่าง

จุก เบี้ยวสกุล

 

ประยูร จรรยาวงษ์

แอ็ด เดลีนิวส์

ชัย ราชวัตร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขรัวอินโข่ง

 

               ขรัวอินโข่ง  เป็นคนบางจาน  จังหวัดเพชรบุรี เป็นจิตรกรที่ถือเพศบรรพชิต คือบวชอยู่จนตลอดชีวิต  ที่วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) กรุงเทพฯ ชื่อเดิม คือ “อิน”   คำว่า “ขรัว” ที่นำหน้า เป็นคำเรียกพระที่พรรษามากและคร่ำเคร่ง ส่วนคำว่า “ โข่ง” นั้นหมายถึงบวชเป็นเณรอยู่เกินกาลเรียกว่า “เณรโค่ง”  โค่งหรือโข่งเป็นคำ ๆ เดียวกัน  หมายความว่าใหญ่เหมือนกัน

               ขรัวอินโข่ง เป็นพระสูงอายุค่อนข้างหัวเก่า ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป  อุปนิสัยค่อนข้างเงียบ ชอบอยู่คนเดียวเพื่อร่างภาพเขียน ท่านเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงและเด่นที่สุดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นจิตรกรที่ใกล้ชิดเบื้องยุคลบาทรัชกาลที่ เป็นนักเขียนภาพเหมือนจริงที่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกใช้ตัวละครและอาคารเป็นแบบฝรั่ง  งานจิตรกรรมของขรัวอินโข่ง เน้นสีแสง ทัศนียวิทยา ความตื้นลึกระยะใกล้ไกล บรรยากาศแสงเงาแบบวิธีการของศิลปะตะวันตก  ภาพวาดที่มีชื่อเสียง คือ ภาพวาดปริศนาธรรมในวัดบวรนิเวศฯ และวัดบรมนิวาส นับเป็นการปฏิรูปงานศิลปะ ท่านเป็นศิลปินที่ได้มอบศิลปวัฒนธรรมอันดีงามให้กับชาติไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ยุคต้น ๆ ได้ศึกษาค้นคว้าจนถึงปัจจุบัน

 

 

<<

ภาพวาดของ “ขรัวอินโข่ง”

 

 

 

 

ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต หรือ  เปล่ง ไตรปิ่น

 

              เปล่ง  ไตรปิ่น  เกิดเมื่อ พ.. 2428  ชอบวาดภาพตั้งแต่อายุ 12 ปี และได้ติดตามพระราชานุประพันธ์ ซึ่งเป็นราชฑูตประจำประเทศญี่ปุ่น และติดตามเพื่อนไปอังกฤษ ได้ศึกษาวิชาการด้านต่าง ๆ เช่น การเขียนภาพ การพิมพ์ภาพ การทำแม่พิมพ์ ถ่ายภาพ ล้างภาพ การกลึง แกะสลัก  โดยเป็นเด็กรับใช้สอนวิชาวาดเขียนซึ่งทำให้ได้รับความรู้ ประสบการณ์ด้านนี้มาก  ต่อมาได้เดินทางไปเดนมาร์ก  ฮอลแลนด์  ฝรั่งเศส  อิตาลี  ซึ่งทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย จนกระทั่งกลับเมืองไทย

เมื่ออายุ 32 ปี ตั้งร้านทำแม่พิมพ์สมัยใหม่ โดยใช้กรดกัดสังกะสี  เขาเริ่มเขียนภาพการ์ตูนล้อการเมือง  และชนะการประกวดที่หนังสือพิมพ์กรุงเทพ เดลิเมล์ จัดขึ้น จนชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวให้เป็น “ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต”

ต่อมาได้รับเชิญเป็นครูสอนวาดเขียนที่โรงเรียนเพาะช่าง และมีตำแหน่งที่ปรึกษาของบริษัทศรีกรุง  ซึ่งเป็นบริษัทภาพยนตร์เสียงและได้ลาออกจากครูมาทำงานที่บริษัทศรีกรุงเพียงแห่งเดียว 

เปล่ง  ไตรปิ่น  หรือ “ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต” สิ้นชีวิต วันที่ 8 กันยายน 2485 ด้วยโรคลำไส้พิการ  รวมอายุ 57 ปี (เจิมพันธ์ กอวัฒนสกุล อ่านจาก “นิจใจ” 2516: 163X

 

<<

ภาพล้อการเมือง ผลงานของ “เปล่ง ไตรปิ่น”

 

 

 

 

เหม เวชกร

 

              เหม เวชกร เกิดเมื่อ 17 มกราคม  2446  ศึกษาที่อัสสัมชัญ เทพศิรินทร์ แต่ไม่สำเร็จ  เริ่มมีแววในด้านศิลปะเมื่อท่านได้รู้จักกับนายกอรี่ สถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน  หัวหน้าช่างเขียนภาพฝาผนังพระที่นั่ง อนันตสมาคม ในสมัยรัชกาลที่ เหม  เวชกร เริ่มงานวาดเขียน ประมาณ พ.. 2468 ที่คณะช่างสยามโฆษณา และเขียนภาพแทรกในหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ และปกหนังสือ  เมื่อ พ.. 2473

ต่อมาได้เป็นเจ้าของสำนักงานหนังสือคณะเหม หลังวังบูรพา พระนคร ซึ่งแต่งเรื่องและเขียนภาพเองเป็นภาพสี  พ.. 2483  เขียนการ์ตูนวิจิตรเรื่อง สาวเครือฟ้า  ศรีธนญชัย  ลงพิมพ์ในหนังสือ “ประมวลสาร”  .. 2484  เขียนภาพการ์ตูนวิจิตรชุด “ผู้ชนะสิบทิศ”  ซึ่งเป็นภาพชุดยอดเยี่ยม

เหม  เวชกร  เป็นนักเขียนภาพวิจิตรในวรรณคดีแทบทุกเรื่อง ทั้งไทย มอญ ลาว แขก พม่า จีน  ภาพประวัติศาสตร์ และภาพพุทธประวัติ 187 ภาพ เขียนดวยสีส่งไปพิมพ์ที่ต่างประเทศ และยังเขียนภาพประกอบในหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่าง ๆ แสดงผลงานและความสามารถจนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระทัยและรับสั่งให้เข้าเฝ้าและทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ถวายงานให้พระองค์ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ใหญ่หลวงในชีวิต

เหม  เวชกร สิ้นชีวิตด้วยวัณโรคปอด เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2512  รวมอายุได้ 66 ปี

ภาพเขียนชาดก สีน้ำบนกระดาษ ผลงานของ “เหม เวชกร”         <<

 

 

สวัสดิ์  จูฑะรพ

 

สวัสดิ์  จูฑะรพ  เป็นนักเขียนการ์ตูนในยุคหนังสือพิมพ์สยามราษฎร์ของบริษัทศรีกรุง จำกัด จำหน่าย ฉบับละ 3 สตางค์ ขณะนั้น มีพงศาวดารจีน เรื่องอยู่เหม็ง เจ็งฮองเฮา กิมเหล็ง ไทจือ กับจงเปียซิม ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้อ่านมาก ขณะเดียวก็มีการ์ตูน “ขุนหมื่น” งานเขียนของสวัสดิ์ มักจะมีตัวขุนหมื่นแทรกอยู่ทุกเรื่อง

สวัสดิ์  เป็นนักเขียนการ์ตูนที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้น เป็นผู้สร้างตัวการ์ตูน “ขุนหมื่น” เป็นที่ลือลั่นในอดีตสร้างอารมณ์ขันต่อผู้ดูได้มาก เขาเป็นผู้ริเริ่มภาพการ์ตูนเรื่องยาวขึ้นเป็นคนแรกของเมืองไทยในราว พ.. 2475 – 2476 เรื่องสังข์ทอง            เป็นเรื่องแรกในหนังสือพิมพ์สยายราษฎร์ รายวัน (ฉวีวรรณ  คูหาภินันท์ 2527 : 199)  จากนั้นยังได้เขียนการ์ตูนในแนวนิทาน จักร ๆ วงศ์ ๆ หลายเรื่อง เช่น ไกรทอง สังข์ศิลป์ชัย พระอภัยมณี พระสมุทรและอิเหนา

สวัสดิ์  จุฑะรพ  เสียชีวิตด้วยลำไส้และโรคกระเพาะอาหาร ซึ่งจอมพล ป.พิบูลสงคราม ให้เกียรติเป็นเจ้าภาพงาน

 

 

<<

 

 

 

 

เตรียม ชาชุมพร

รูปจากจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

             เตรียม ชาชุมพร เกิดที่อำเภอกันทรารมณ์  จังหวัดศรีสะเกษ  เมื่อ  15  พฤษภาคม  2495  เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ โรงเรียนสิทธิธรรมวิทยา  จังหวัดอุบลราชธานี และศึกษาด้วยตนเองสามารถสอบวุฒิ ครูผู้สอนวาดเขียนโท (วท.) ได้

เตรียม  ชอบงานศิลปะตั้งแต่เด็ก  เมื่ออยู่ ม.2 – .3 บังเอิญได้พบกับนักเขียนจุลศักดิ์ อมรเวช หรือ จุด  เบี้ยวสกุล  ซึ่งมาสอนวาดเขียนชั้น มจึงฝากตัวเป็นศิษย์ฝึกเขียนรูปเรื่อยมา โดยเขียนเป็นเรื่องให้เพื่อนอ่าน เตรียมถนัดการเขียนสีน้ำ  เริ่มเขียนภาพประกอบหนังสือครั้งแรกในหนังสือสนุก ๆ เมื่อ พ.. 2516 ในนามปากกา “จิ๋ว  เบี้ยวสกุล” เช่น ย่าของมานี การ์ตูนดรุณนิทานชาวบ้าน ชัยพฤกษ์การ์ตูน ยักษ์ใจดี เป็นต้น ซึ่งต่อมาใช้ชื่อและนามสกุลจริง

            ได้รับรางวัลจากการประกวดหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กของธนาคารกสิกรไทย จากเรื่อง คำแพง เด็กอีสาน รับรางวัลนักเขียนนิยายภาพเพื่อเยาวชนดีเด่นประจำปี 2523 รางวัลนิยายภาพขนาดสั้นดีเด่น เรื่อง ความหลังของจอน ในชัยพฤกษ์การ์ตูน จากสำนักงานส่งเสริมเยาวชนแห่งชาติ และได้รับรางวัลหนังสือการ์ตูนดีเด่นประจำปี 2523 เรื่อง “เด็กน้อยแห่งดอนทราย”

นิยายภาพ 4 เรื่อง ได้แก่ "ยายจ๋า", "ตากับหลาน", "เพื่อนบ้านใหม่" และ "ตุ๊กตาขาด้วน" ได้รับการรวมพิมพ์เป็นเล่ม และได้รับการยกย่องจากคณะผู้วิจัยของ สกว. ให้เป็นหนึ่งใน 100 ชื่อเรื่องหนังสือดีที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน

ผลงานอันโดดเด่นในการสะท้อนภาพชีวิตชนบทได้อย่างน่าประทับใจนี่เอง ที่ทำให้ เตรียม ได้รับเลือกให้เป็นผู้วาดภาพประกอบใน หนังสือแบบเรียนภาษาไทยชุด มานี-มานะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 และเตรียมก็ทำหน้าที่ของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผลงานอีกชิ้นหนึ่งของ เตรียม ที่โดดเด่นไม่แพ้แบบเรียนชุด มานี-มานะ ก็คือ งานภาพประกอบใน "เรื่องสั้นชุดชีวิตชนบท" ซึ่งเป็นหนังสือส่งเสริมการอ่านสำหรับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ของกรมวิชาการ จัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2521 โดยองค์การค้าของคุรุสภา เนื้อหาเป็นเรื่องราวการใช้ชีวิตอันรื่นเริง สดใส ของบรรดาเด็ก ๆ ในชนบทภาคใต้ จากปลายปากกาของ "มานพ แก้วสนิท" นักเขียนผู้ถนัดเรื่องราวว่าด้วยชีวิตชนบทเป็นพิเศษ

            เตรียม เสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2533 จากอุบัติเหตุรถประจำทางชนที่กรุงเทพฯ                                     <<

 

 

 

 

ปยุต เงากระจ่าง

รูปจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

             ปยุต เงากระจ่าง เกิด 1 เมษายน 2472 เรียนระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนเทศบาลเมืองประจวบฯ และมัธยมศึกษาที่โรงเรียนประจวบวิทยาลัย จากนั้นก็เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง ต่อจากนั้นได้ทำงานด้านศิลปะเขียนภาพประกอบให้กับหนังสือพิมพ์ นิตยสารหลายเรื่อง และเป็นอาจารย์สอนพิเศษการเขียนภาพการ์ตูนประกอบที่โรงเรียนเพาะช่าง และได้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนสั้น ๆ หลายเรื่อง เช่น หนุมานผจญภัย หมีกินเด็ก เหตุมหัศจรรย์ ภาพยนตร์โฆษณา เรื่อง หนูหล่อ หนูแหวน ขุนหมื่น สโนไวท์ เรื่องที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ “สุดสาคร” และการ์ตูนเรื่องยาวต่อต้านคอมมูนิสต์ เรื่อง ไฟเย็น

ปยุต  ถนัดการเขียนภาพลายเส้น งานเขียนครั้งแรกในหนังสือพิมพ์รายวัน “วันจันทร์” และภาพการ์ตูนประกอบในหนังสือเด็กอีกหลายเรื่อง เช่น ขุนช้างขุนแผน พ่อขุนรามคำแหง พันท้ายนรสิงห์ นายขนมต้ม ท้ายสุรนารี เป็นต้น

             ปยุต เงากระจ่าง ถื่อว่าเป็น “บรมครูด้านการ์ตูนเคลื่อนไหวของไทย” ท่านเป็นอาจารย์วิทยาลัยเพาะช่าง และผู้กำกับหนังการ์ตูนขนาดยาวเรื่องแรกของประเทศไทย สุดสาคร รวมไปถึงเป็นผู้นำเอาการ์ตูนเข้าไปใช้ในภาพยนตร์โฆษณา ทำให้เกิดงานสร้างสรรค์หลายๆชิ้น เช่น ภาพยนตร์โฆษณาแป้งเย็นควีนนา (กระจกวิเศษ), นกกระสากับเด็ก ในโฆษณายาน้ำยี่ห้อนึง

หนังการ์ตูนเรื่องหนุมานผจญภัย

ผลงานการ์ตูนเรื่องสุดสาคร    และผลงานอื่น ๆ                   <<

 

 

 

 

จุก เบี้ยวสกุล

 

      จุก เบี้ยวสกุล ชื่อจริงคือ จุลศักด์ อมรเวช เกิด 9 มกราคม พ.. 2485 จบมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านสมเด็จฯ และเรียนศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่าง 2 ปี เขียนการ์ตูนครั้งแรกให้กับสำนักพิมพ์บางกอก จำนวน 10 กว่าหน้า คือ “จอมอภินิหาร” ซึ่งเป็นการ์ตูนของ ชุมพร  แก้วสาร หรือ “หลังฉาก” ที่เขียนค้างไว้ เพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต ต่อมาเขียน “เจ้าชายผมทองปี 2501 จนประสบความสำเร็จผลงานได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง คือ “มังกรสามหัว” และ “อัศวินดาบดำ” จุลศักดิ์  อมรเวช  ได้สร้างสรรค์งานการ์ตูนอีกมากมายในเชิงนิตยสารการ์ตูน เช่น สาวน้อยอภินิหาร เลือดทมิฬ และเพชรพระอุมา เป็นผลงานเด่นที่เขาภูมิใจ และตีพิมพ์ในนิตยสารเริงรมย์รายสัปดาห์ที่ได้รับความนิยมมาก ลักษณะการ์ตูนเป็นลายเส้นที่ระบายหมึกได้อย่างสวยงาม

           

 

 

ผลงานลายเส้น “แนวหน้า” ข่าวหน้า 10   : 18 เม.ย. 2524

<<

 

 

 

 

ประยูร จรรยาวงษ์  “ราชาการ์ตูนไทย”

รูปจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

           ประยูร  จรรยาวงษ์ เกิดเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2458 บางลำพู กรุงเทพมหานคร ศึกษาขั้นต้นโรงเรียน อัสสัมชัญ

และมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนวัดราชาธิวาส และโรงเรียนเบญจมบพิตร จบการศึกษา ม.8 ในระหว่างศึกษาได้ฝึกหัดเขียนภาพการ์ตูนได้ ทั้งสองมือพร้อมกัน ประยูรไม่เคยเรียนในโรงเรียน ศิลปะแต่อาศัยพรสวรรค์ และชอบการวาดภาพประจำเขาสมัครเป็นพนักงานรถไฟ และทำงานหนังสือพิมพ์ สุภาพบุรุษ ประชามิตร สยามนิกร และพิมพ์ไทย เรื่อยมา ประยูร ประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อเขียนการ์ตูน เรื่อง “จันทโครพ” เมื่อ พ.. 2482 ประยูรวาดการ์ตูนยาวเรื่องแรกคือ นิทานอีสป ม..ทองอยู่ เสนีวงศ์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์อิสระ ซื้อไปในราคา 12 บาท แต่มิได้รับ การตีพิมพ์

ประยูร จรรยาวงษ์ สร้างการ์ตูน “ศุขเล็ก” ขึ้น เพื่อล้อเลียนนักมวยดังในอดีต เจ้าของชื่อ “ศุขใหญ่” หรือ สุข ประสาทหินพิมาย ทำให้ มีชื่อเสียงมาก และชนะการประกวดการ์ตูนในงาน “การ์ตูนเพื่อสันติภาพ” ที่นิวยอร์ค ชื่อ การทดลองระเบิดปรมาณู  ลูกสุดท้าย เมื่อ ปี พ.. 2503

ประยูร ได้มีโอกาสได้ไปฝึกงานการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนกับวอลท์ดิสนีย์ โดยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงฝากฝังให้

            งานเขียนการ์ตูนของประยูรมีมากมาย โดยเฉพาะในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐรายวันซึ่งมีทั้งการ์ตูนการเมือง และขบวนการแก้จน การ์ตูนเรื่องไกรทอง

            ในเดือนสิงหาคม 2514 ประยูรได้รับรางวัล “แมกไซไซ” ในฐานะนักเรียนการ์ตูนที่เขียนด้วย อารมณ์ขัน เพื่อป้องกันผลประโยชน์ของสาธารณชนอย่างเที่ยงตรง โดยใช้ภาพเขียนวิจารณ์ลงในหนังสือพิมพ์ และเขายังเขียนการ์ตูนประกอบวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น จันทโครพ คาวี สังข์ทอง ปลาบู่ทอง ฯลฯ  ประยูรเป็นนักเรียนการ์ตูนทุกประเภท และประสบผลสำเร็จในผลงานทั้งระดับประเทศและระดับโลก เขา คือ “ราชาการ์ตูนไทย” อย่างแท้จริง

            ประยูร จรรยาวงษ์ เสียชีวิต เมื่อ 3 ธันวาคม 2535

 

 

 

ภาพลายเส้นโดย ประยูร จรรยาวงษ์

<<

 

 

 

 

แอ็ด เดลีนิวส์

 

ชื่อจริง อรรรพ  กิ่ติชัยวรรณ เจ้าของลายเซ็น แอ็ด เดลีนิวส์ และต่อมาเป็นนามสกุลมาเป็น “มติชน” และ “นพ” ในหนังสือพิมพ์ บางกองโพสต์ แอ็ด ถือว่าเป็นนักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองฝีมือระดับชั้นนำของไทยคนหนึ่ง ลีลาการใช้เส้นของเขาไม่เหมือนใคร เพราะน้ำหนักอ่อนแก่เน้นแสงเงาได้อย่างสวยงามมีชีวิตชีวา การ์ตูนทำให้เขาต้องถูกจับกุมในยุค 6 ตุลาคม 2519 ตอนนั้นเขาเขียนการ์ตูนนิสม์ อยู่ที่หนังสือไทยนิวส์เป็นหนังสือท้องถิ่นของเชียงใหม่ เขาใช้การ์ตูนโจมตีรัฐบาล จนถูกจับและเป็นคนเดียวของนักเขียนการ์ตูนที่ถูกจับขังคุก แอ็ดได้รับอิสระภาพ เขาก็ทำงานด้านนี้ต่อโดยไม่ย่อท้อด้วยอุดมการณ์ที่มั่นคง การ์ตูนสามารถสร้างสรรค์สังคมให้ดีได้ ในฐานะนักเขียนการ์ตูนไทยฝีมือดีคนหนึ่ง เขาได้รับเชิญเข้าร่วมแสดงผลงานกับนักเขียนการ์ตูนต่างชาติ แอ็ด เดลินิวส์ มีลีลาการใช้เส้นสวยงามมากเขาจะมีน้ำหนังแสงเงา ของเส้นปากกาหรือภู่กันได้อย่างมีชีวิตชีวา

 

 

<<

 

 

 

 

ชัย ราชวัตร

 

        ชัย  ราชวัตร เป็นชื่อในวงการของนักเรียนภาพการ์ตูนเมืองไทยที่โด่งดังมากซึ่งคนรู้จักในชื่อนี้มากกว่า สมชัย  กตัญญุตานันท์ ชื่อจริงของเขา สมชัย นับว่าเป็นนักเรียนภาพการ์ตูนล้อเลียนการเมือง ที่มีลีลาคารมคมคายเยี่ยมคนหนึ่งในยุคนี้ เขาโด่งดังจากการ์ตูนในเรื่องราวของผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน จากหนังสือพิมพ์รายวัน “เดลินิวส์” และมารุ่งเรืองมากที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ชัย ราชวัตร เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์งานขึ้นมากมายและพัฒนารูปแบบใหม่ ๆ เสมอ แต่เขาก็ยังรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นไทยในการ์ตูนของเขาไว้อย่างดีเยี่ยม

            ชัย  ราชวัตร  อาศัยประสบการณ์ ความอดทนเข้มแข็ง สู้กับงานนี้มามากความคิดก็สุขุมรอบคอบขึ้น งานการ์ตูนของเขาทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบันจนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ เขาได้รับความสำเร็จอย่างสูงสุดในชีวิตในปี พ.. 2542 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชัย  ราชวัตร เป็นศิลปินผู้ชำนาญการ วาดภาพการ์ตูนประกอบพระราชนิพนธ์ เรื่อง “พระมหาชนก” ฉบับการ์ตูน ซึ่งเป็นการ์ตูนวิจิตรขาวดำและฉบับระบายสีในปี พ.. 2543 ซึ่งต่อมาได้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูน นับเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่มีพระราชนิพนธ์ ฉบับการ์ตูนไปสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเผยแพร่

 

 

 

 

<<

 

 

 

 

 

 

 

แหล่งที่มา    :    http://th.wikipedia.org/wiki/

                                                                                      

 

 

 

 

tawon999@yahoo.com