กลับหน้าหลัก

Link ที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อผู้จัดทำ

โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย

 

 

 

 

การวัดและประเมินผลด้านพุทธิพิสัย (ตามลำดับขั้นการเรียนรู้ของ Bloom)

 

 

 

 

1.บทบาทของการวัดและประเมินผล

2.แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผล

การเรียนรู้

3.ความสำคัญของการวัดและประเมินผลด้านพุทธิสัย

4.ระดับขั้นของพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย 

     - ระดับขั้นที่ 1

     - ระดับขั้นที่ 2

     - ระดับขั้นที่ 3

     - ระดับขั้นที่ 4

     - ระดับขั้นที่ 5

     - ระดับขั้นที่ 6

5.ประโยชน์และการนำไปประยุกต์

ใช้ทางการเรียนการสอน

          การศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาบุคลากร ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา การจัดการเรียนการสอนทุกระดับชั้น   จะวางวัตถุประสงค์ของการพัฒนาอย่างเป็นกระบวนการ  การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน     พุทธศักราช 2544 เป็นกระบวนการตรวจสอบการเรียนรู้และพัฒนาการต่าง ๆ   ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตร  เพื่อนำผลไปใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานที่กำหนด  ใช้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินผลการเรียน  สถานศึกษาจะต้องรับผิดชอบการวัดและประเมินผลการเรียนให้เป็นไปอย่างเหมาะสม  มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ให้ผลการประเมินถูกต้องตามสภาพความรู้ ความสามารถที่เป็นจริง   ของผู้เรียนสอดคล้องกับพระราชบัญญัติแห่งชาติ    พ.ศ. 2542 นโยบายการปฏิรูปการศึกษา กระบวนการของหลักสูตรการศึกษาขึ้นพื้นฐานและหลักการวัดและประเมินผลการเรียนทั้งนี้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15-17 และมาตรา 26 กำหนด ดังนี้

          มาตรา  15  การจัดการศึกษามีสามรูปแบบ  คือ  การศึกษาในระบบ  การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

1.      การศึกษาในระบบเป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษาการวัดและประเมินผลซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน

2.      การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย   รูปแบบวิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผลซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษาโดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม

3.      การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ    ความพร้อม และโอกาสโดยศึกษาจากบุคคลประสบการณ์สังคม สภาพแวดล้อม สื่อหรือแหล่งความรู้อื่น ๆ

สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง   หรือทั้งสามรูปแบบก็ได้  ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียน จากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม   รวมทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือจากประสบการณ์การทำงาน

                                                                                                                  

หลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544

 

1.      สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบประเมินผลการเรียนของผู้เรียน        โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม

2.      การวัดและประเมินผลการเรียนต้องสอดคล้อง และครอบคลุมมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดในหลักสูตร

3.      การประเมินผล ประกอบด้วย  การประเมินเพื่อเปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน  การจัดการเรียนการสอน และการประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียน

4.      การประเมินผลเป็นส่วนหนึ่ง     ของกระบวนการจัดการเรียนการสอน    ต้องดำเนินการด้วยวิธีการที่หลากหลายเหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด   ธรรมชาติของวิชา  และระดับช่วงชั้นของผู้เรียน

5.      ให้มีการประเมินความสามารถของผู้เรียนในการอ่าน  คิดวิเคราะห์   และเขียน  การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้น

6.      ให้มีการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติ ในปีสุดท้ายของแต่ละช่วงชั้น

7.      เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบผลการประเมินผลการเรียนได้

8.      ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษา และรูปแบบการศึกษาต่าง ๆ

9.      ให้สถานศึกษาจัดทำเอกสารหลักฐานการศึกษา   เพื่อเป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียนของผู้เรียนแต่ละคน

 

ในการดำเนินการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน   พุทธศักราช 2544 ของ

สถานศึกษาแต่ละแห่ง     ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน    ส่งเสริมให้ผู้สอนดำเนินการประเมินความรู้ ความสามารถ     และพัฒนาการของผู้เรียนควบคู่กับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน อีกทั้งยังเป็นผู้นิเทศ กำกับ ติดตาม ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการประเมินผล     รวมทั้งเป็นผู้อนุมัติผลการประเมินด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน