1 ตลาดภายในประเทศ การซื้อขายปลาสวยงามในปัจจุบันจะพบร้านขายปลา สวยงามอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ส่วนในต่างจังหวัดมักจะมีเพียงจังหวัดละ 1 ร้าน โดยอยู่ในอำเภอเมืองของแต่ละจังหวัด ยกเว้นจังหวัดใหญ่ๆที่มีประชากรมากอาจมี 3 - 10 ร้าน เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสงขลา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุดรธานี โดยที่ร้านขายปลาสวยงามเหล่านี้มักจะไม่ได้ดำเนินการเพาะเลี้ยงลูกปลาขึ้นเอง แต่ดำเนินกิจการคล้ายกับร้านค้ารายย่อย คือรับซื้อสินค้าจากร้านขายส่ง ผู้ผลิต หรือเกษตรกรมาขายต่ออีกทีหนึ่ง

     สำหรับร้านขายส่งปลาสวยงามนั้นมีศูนย์กลางอยู่ที่ซันเดย์พลาซ่าและตลาดสวนจตุจักร มีร้านค้าปลาสวยงามเปิดขายประจำวันอยู่หลายร้าน โดยการขายส่งปลาจะเริ่มตั้งแต่เที่ยงวันศุกร์จนถึงวันเสาร์ มีการนำปลาสวยงามชนิดต่างๆ จากแหล่งต่างๆเข้ามาวางขายในลักษณะขายส่งเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ผู้ค้าปลาสวยงามที่เปิดร้านอยู่ในแหล่งต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดจะเดินทางเข้าไปเลือกซื้อปลากันในช่วงบ่ายวันศุกร์และเช้าวันเสาร์มากที่สุด สำหรับผู้เลี้ยงปลาสวยงามที่เคยหาซื้อปลา ก็มักจะไปเลือกซื้อปลาในวันเสาร์เช่นกัน เนื่องจากรู้ว่าจะมีปลาให้เลือกซื้อค่อนข้างมาก

     ในปัจจุบันได้มีตลาดขายส่งปลาสวยงามเกิดขึ้นอีกหลายแห่ง คือ ตลาดจตุจักร 2 มีนบุรี ตลาดสนามหลวง 2 ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งได้มีการขยายตัวของฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเกิดขึ้นจำนวนมาก ทำให้มีตลาดขายส่งปลาสวยงามเกิดขึ้นในตัวอำเภอหลายตลาด และที่บริเวณสวนจตุจักรก็มีการแยกตัวของตลาดปลาสวยงามเกิดขึ้นอีกหลายตลาด เช่น ตลาดศรีสมรัตน์ และตลาดเซเว่นเดย์

     2 ตลาดต่างประเทศ การซื้อขายปลาสวยงามระหว่างประเทศในสมัยก่อนจะมีร้านค้าที่ดำเนินการ เป็นที่รู้จักกันในนามของ “รังปลา” เป็นผู้ดำเนินการส่งปลาสวยงามไปขายต่างประเทศ หรือสั่งปลาสวยงามจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย และยังทำหน้าที่ในการซื้อปลาสวยงามที่รวบรวมจากธรรมชาติและจากผู้เพาะเลี้ยง รวมทั้งมีการดำเนินการเพาะพันธุ์ปลา สวยงามบางชนิดเองด้วย ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจในด้านนี้มีความเจริญรุดหน้าไปมาก การดำเนินกิจการต้องมีการขออนุญาตอย่างเป็นกิจลักษณะ ทำให้รังปลาเปลี่ยนรูปแบบขอจัดตั้งเป็นบริษัท เพื่อดำเนินกิจการการส่งออกและนำเข้าสินค้ามีชีวิต ซึ่งพบว่ามีบริษัทที่จดทะเบียนดำเนินกิจการส่งออกและนำเข้าสินค้ามีชีวิต ประเภทปลาสวยงาม อยู่ประมาณ 40 บริษัท โดยบริษัทเหล่านี้ก็ดำเนินการจำหน่ายปลาในตลาดภายในประเทศด้วย สำหรับประเทศที่เราส่งปลาสวยงามไปจำหน่ายได้มากได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย และเยอรมันนี ส่วนประเทศที่เราสั่งปลาสวยงามมามากได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง        

ประเภทสินค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจปลาสวยงาม

     การเลี้ยงปลาสวยงามจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ประกอบการเลี้ยงหลายชนิด ทั้งเพื่อสร้างบรรยากาศความสวยงามของปลาที่เลี้ยงให้มากขึ้น และเพื่อความเหมาะสมสำหรับความเป็นอยู่ของปลาที่เลี้ยง จึงทำให้มีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจปลาสวยงามเกิดขึ้นหลายชนิด โดยบางชนิดเป็นสินค้าที่มีความจำเป็น ผู้เลี้ยงแทบทุกรายมักจะต้องซื้อ เช่น ตู้เลี้ยงปลา เครื่องให้อากาศ เครื่องกรองน้ำ อาหาร กระชอนสำหรับช้อนปลา และยารักษาโรคปลา ทำให้กล่าวได้ว่ามีการจำหน่ายอุปกรณ์ประกอบการเลี้ยงปลาสวยงามในปริมาณที่ค่อนข้างมาก นอกจากนั้นเรายังสามารถส่งปลาสวยงามและอุปกรณ์บางชนิดไปขายต่างประเทศ ทำให้มูลค่าการส่งออกปลาสวยงามและสินค้าที่เกี่ยวข้องมี
ปริมาณรวมไม่ต่ำกว่าปีละ 600 ล้านบาท สินค้าที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

    1 ชนิดปลา ชนิดของปลาสวยงามที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นปลาน้ำจืด พบว่าชนิดของปลาน้ำจืดที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม และมีจำหน่ายกันโดยทั่วไปทั้งพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ต่างประเทศ มีอยู่ประมาณ 100 ชนิด

     สำหรับปลาสวยงามที่เป็นปลาทะเลหรือปลาน้ำเค็มนั้น ก็มีการเลี้ยงกันบ้างแต่ยังไม่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากยังมีข้อจำกัดในเรื่องการเตรียมน้ำหรือการจัดหาน้ำทะเลสำหรับเลี้ยงปลา ซึ่งยังคงมีความยุ่งยากสำหรับผู้เลี้ยงพอสมควร การเกิดสนิมเหล็กเมื่อน้ำทะเลหรือละอองน้ำทะเลไปถูกอุปกรณ์ต่างๆ การเตรียมอาหารตลอดจนการดูแลรักษาปลาที่เลี้ยงก็ค่อนข้างยุ่งยากกว่าการเลี้ยงปลาสวยงามน้ำจืด แต่ปลาทะเลก็มีข้อได้เปรียบที่มีสีสันฉูดฉาดงดงาม และลักษณะลำตัวแตกต่างกันไป ทำให้มีความน่าเลี้ยงมาก ปลาทะเลที่นิยมเลี้ยงและมีจำหน่ายกันในปัจจุบัน มีอยู่ประมาณ 40 ชนิด แหล่งจับปลาทะเลสวยงามที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดระยอง

   2 อาหารสดหรืออาหารธรรมชาติ เนื่องจากปลาสวยงามหลายชนิดมีนิสัยการกินอาหารในลักษณะที่เรียกว่าเป็นปลาล่าเหยื่อ คือเป็นปลาที่กินสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่มีขนาดเล็กกว่า ไม่ว่าจะเป็นไรน้ำ ลูกน้ำ ลูกกบ ลูกกุ้ง ตลอดจนลูกปลาที่มีขนาดเล็กกว่าชนิดต่างๆ เมื่อนำปลาเหล่านี้มาเลี้ยงจึงยังติดนิสัยชอบกินอาหารที่มีชีวิตหรืออาหารสดอยู่ ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องแสวงหาอาหารสดหรืออาหารมีชีวิตมาเลี้ยงปลาเหล่านี้ นอกจากนี้คุณสมบัติของอาหารสดบางชนิดยังมีส่วนช่วยทำให้สีสันของปลาสดใสฉูดฉาด หรือเข้มมากขึ้น จึงทำให้ต้องมีการจัดเตรียมหรือผลิตอาหารสดขึ้นมาจำหน่าย โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศมีความต้องการอาหารสดและอาหารมีชีวิตค่อนข้างมาก อาหารดังกล่าว ได้แก่

         2.1 ลูกน้ำ หนอนแดง ไรแดง อาหารมีชีวิตพวกนี้จัดเป็นแพลงตอนสัตว์ที่มีความสำคัญมาก สมัยก่อนจะใช้วิธีรวบรวมจากธรรมชาติ โดยมักพบแพลงตอนทั้ง 3 ชนิดนี้ตามแหล่งน้ำเน่าเสีย จะมีผู้มาช้อนรวบรวมไปจำหน่ายให้แก่ร้านขายปลาสวยงามหรือ รังปลา เพื่อจำหน่ายให้ผู้เลี้ยงปลาหรือส่งไปขายต่างประเทศ ซึ่งมีปัญหาในเรื่องปริมาณที่รวบรวมได้ไม่มีความแน่นอน และไม่ต่อเนื่องตลอดปี สำหรับในปัจจุบันประสบผลสำเร็จในการดำเนินการเพาะเลี้ยงแพลงตอนดังกล่าว ทำให้สามารถผลิตอาหารมีชีวิตเหล่านี้ในปริมาณมาก และมีความสม่ำเสมอเกือบตลอดปี จัดเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญพวกหนึ่งของธุรกิจการเลี้ยงปลาสวยงาม

        2.2 ไรทะเล หรือ อาร์ทีเมีย ( Artemia or Brine shrimp ) จัดเป็นแพลงตอนสัตว์ในน้ำเค็ม พบในทะเลสาบน้ำเค็มในต่างประเทศ มีการรวบรวมไข่ (cyst) ส่งไปขายยังประเทศต่างๆ นับเป็นแพลงตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะใช้เป็นอาหารสำหรับการอนุบาลลูกสัตว์น้ำแทบทุกชนิด และใช้เป็นอาหารเลี้ยงปลาสวยงามได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันสามารถดำเนินการเพาะเลี้ยงในประเทศไทยได้ดี มีการรวบรวมเป็นอาหารมีชีวิตสำหรับเลี้ยงปลาสวยงาม จำหน่ายทั้งในตลาดภายในและตลาดต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

        2.3 ไข่กุ้งก้ามกราม จัดเป็นอา หารสดที่สำคัญมากในการเลี้ยงปลาสวยงาม จากการที่กุ้งก้ามกรามเพศเมียมีการฟักไข่ที่บริเวณหน้าท้อง โดยไข่จะมาติดเป็นกระจุกรวมกันบริเวณขาว่ายน้ำที่หน้าท้อง ทำให้สามารถรวบรวมได้ง่าย ประกอบกับไข่กุ้งก้ามกรามมีส่วนช่วยให้ปลามีสีสันสดเข้มมากขึ้น จึงทำให้มีการรวบรวมไข่กุ้งก้ามกรามสำหรับใช้ผสมในอาหารเลี้ยงปลาสวยงาม โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศมีความต้องการค่อนข้างสูงมาก

        2.4 กุ้งฝอย จัดเป็นอาหารสดที่มีความสำคัญเช่นกัน นิยมใช้เลี้ยงปลาสวยงามที่กินอาหารมีชีวิตบางชนิด ซึ่งสามารถหัดให้กินอาหารสดโดยเฉพาะกุ้งฝอยได้ดี เช่น ปลาออสการ์ ปลาเสือ ปลามังกร ปลาชะโด และปลากราย ซึ่งกุ้งฝอยก็เป็นอาหารสดที่มีส่วนช่วยให้ปลามีสีสันสดมากขึ้นเช่นกัน

        2.5 ปลาคัดทิ้ง หรือปลาเหยื่อ เป็นอาหารมีชีวิตที่นิยมใช้เลี้ยงปลาสวยงามที่ชอบล่าเหยื่อ เช่น ปลามังกร ปลาสิงห์โต และปลากราย ปลาคัดทิ้งเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นปลาสวยงามที่ถูกคัดออก เนื่องจากมีลักษณะที่ไม่ดีหรือสีสันไม่สวยงามตามที่ต้องการ เช่น ปลาหางนกยูงที่มีสีไม่สวยหรือปลาเพศเมีย ลูกปลาทองที่มีลักษณะหรือสีไม่สวยงาม ปลากัดจีนเพศเมียซึ่งมีความต้องการน้อย จากเดิมปลาดังกล่าวเหล่านี้จะถูกคัดออกมาเพื่อจำหน่ายราคาถูก จนมีผู้เริ่มนำไปใช้เป็นอาหารปลาล่าเหยื่อ แล้วทำให้เกิดความนิยมใช้กันมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศมีความต้องการค่อนข้างสูงมาก

     3 พรรณไม้น้ำ เป็นส่วนประกอบที่ใช้สำหรับตกแต่งตู้ปลาให้ดูสวยงามมากขึ้น ทำให้ตู้ปลาดูมีชีวิตชีวา นอกจากนั้นยังมีประโยชน์ต่อปลาสวยงามที่เลี้ยง เพราะช่วยกำจัดของเสียที่ปลาขับถ่ายออกมา รวมทั้งสารอาหารที่ละลายออกมาจากอาหารปลา พรรณไม้น้ำจะนำเอาสิ่งต่างๆดังกล่าวไปใช้ในการเจริญเติบโต ทั้งนี้จะมีการนำเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลาหายใจออกมาไปใช้ด้วย โดยเกิดขบวนการสังเคราะห์แสงซึ่งให้ผลพลอยได้ออกมาเป็นปริมาณออกซิเจนในน้ำมากขึ้น พรรณไม้น้ำจึงเท่ากับเป็นตัวช่วยรักษาสมดุลย์ของระบบนิเวศน์ในตู้เลี้ยงปลาสวยงามได้เป็นอย่างดี ในประเทศไทยมีการนำพรรณไม้น้ำทั้งพันธุ์ไทยและพันธุ์ต่างประเทศมาเพาะเลี้ยง สามารถขยายพันธุ์จนส่งไปขายต่างประเทศได้เป็นจำนวนมาก ตลาดต่างประเทศที่สำคัญได้แก่ตลาดในแถบยุโรป ซึ่งนิยมเลี้ยงพรรณไม้น้ำจากเขตร้อน โดยประเทศที่มีความนิยมจัดแต่งตู้พรรณไม้น้ำมาก ได้แก่ ประเทศเนเธอร์แลนด์ และเยอรมันนี สำหรับในประเทศไทยปัจจุบันมีฟาร์มเพาะเลี้ยงพรรณไม้น้ำรายใหญ่อยู่ 3 ราย เพาะเลี้ยงพรรณไม้น้ำและรับซื้อเพื่อส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ นอกนั้นจะเป็นผู้เลี้ยง รายย่อยที่เพาะเลี้ยงพรรณไม้น้ำส่งจำหน่ายตามร้านขายปลาสวยงามทั่วไป และส่งให้ฟาร์มใหญ่
   






     4 อุปกรณ์การเลี้ยงปลา ประเทศไทยเริ่มมีการส่งอุปกรณ์การเลี้ยงปลาสวยงามไปขายยังต่างประเทศ ได้แก่แผ่นกรองน้ำตู้ปลา และยารักษาโรค สำหรับอุปกรณ์การเลี้ยงปลาที่จำหน่ายควบคู่ไปกับการจำหน่ายปลาสวยงามในประเทศไทย ปัจจุบันมีอยู่หลายชนิดซึ่งค่อนข้างมีความสำคัญ เพราะมีมูลค่าการซื้อขายค่อนข้างสูงมาก ทั้งนี้ผู้เลี้ยงต้องการความสวยงาม ทำให้มีการพัฒนารูปแบบอุปกรณ์ชนิดต่างๆทั้งอุปกรณ์ที่มีความจำเป็น และอุปกรณ์ที่ไม่มีความจำเป็นแต่ช่วยเพิ่มความสวยงาม อุปกรณ์ต่างๆดังกล่าวมีดังนี้

         4.1 ภาชนะเลี้ยงปลา ได้แก่ ตู้กระจก(ตู้ปลา) โหลหรือแก้วรูปทรงต่างๆ และบ่อคอนกรีตสำหรับเลี้ยงปลาคาร์พ

         4.2 เครื่องให้อากาศ ได้แก่ แอร์ปั๊ม(Air pump) ไฮโบล์(Hi-Blow) แอร์โบล์เวอร์(Air Blower)

         4.3 เครื่องกรองน้ำ ได้แก่ แผ่นกรองน้ำ หม้อกรองน้ำในตู้ และหม้อกรองน้ำนอกตู้

         4.4 เครื่องควบคุมอุณหภูมิ ได้แก่ เครื่องให้ความร้อน(Heater)

         4.5 หลอดให้แสงสว่าง ได้แก่ หลอดฟลูออเรสเซนต์ และหลอด แสงแดดเทียม

         4.6 เครื่องสูบน้ำ ได้แก่ ปั๊มจุ่มหรือไดรโว่(Submersible Pump)

         4.7 อุปกรณ์ช้อนปลาหรือเศษใบไม้ ได้แก่ กระชอน สวิง

         4.8 เครื่องตบแต่งตู้ปลา ได้แก่ พลาสติกขอบตู้ ฝาตู้ หินประดับ เปลือกหอย พลาสติกรูปทรงต่างๆ(รูปสัตว์ ต้นไม้ และอื่นๆ) และแผ่นฉากหลังตู้

     5 อาหารสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูปสำหรับเลี้ยงปลาสวยงามมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจำหน่ายได้ในราคาค่อนข้างสูงมาก เป็นอาหารที่มีคุณภาพดี คือมีโปรตีนค่อนข้างสูง เกลือแร่และไวตามินค่อนข้างครบ อีกทั้งยังอาจมีสารที่ช่วยให้ปลามีสีสรรสดเข้ม นอกจากนั้นยังเน้นในเรื่องการลอยตัวและขนาดของเม็ดอาหาร ซึ่งพบว่าปัจจุบันมักผลิตออกมาเป็นอาหารเม็ดเล็กที่มีการลอยตัวดี