Pablo Software Solutions
ชนกว่าง 
" ชนกว่าง " เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวล้านนา ที่นิยมเล่นกันมาเป็นเวลานานแล้ว จนกลายเป็นประเพณีแต่จะเริ่มเล่นกันมาตั้งแต่เมื่อใดนั้นไม่มีหลักฐานปรากฎ แต่อาจจะไม่มากเท่ากับในอตีต
การเล่นชนกว่างของชาวล้านนานิยมเล่นกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ก็คงจะคล้ายๆกับการเล่นปลากัดของชาวภาคกลาง ชนกว่าง ใช่ว่าจะชนกันได้ในทุกฤดูกาล จะมีให้เล่นกันก็แต่เฉพาะในฤดูฝน คือประมาณเดือนสิงหาคม ถึง เดือนตุลาคม ก็เลิกราปล่อยกันไป กว่างก็จะเริ่มหายตายจากเพื่อการเกิดใหม่ในปีหน้า ตามวัฎจักรของมัน
กว่าง เป็นสัตว์แมลงปีกแข็ง มีขา ๖ ขา ตัวผู้มีเขา ๒ เขา(เขาล่าง เขาบน) ตัวเป็นสีน้ำตาลและสีดำที่ เกิดมาจากด้วงมะพร้าวซึ่งส่วนมากจะอาศัยอยู่ในป่า มีด้วยกันหลายชนิด พอจะรวบรวมได้ดังนี้
1. กว่างแม่อี่อู๊ด เป็นกว่างตัวเมียไม่มีเขา ตัวสีน้ำตาล กว้าง ยาวประมาณ ๑ นิ้ว มักมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น กว่างอี่มุ้ม แม่อี่หลุ้ม แม่บังออนเป็นต้น
2. กว่างกิ เป็นกว่างตัวผู้ ตัวเล็ก มีเขาสั้น สีน้ำตาล
3. กว่างกิดง เป็นกว่างตัวผู้ มีเขาสั้นตัวโต สีน้ำตาล
4. กว่างแซม เป็นกว่างตัวผู้ มีเขายาว ตัวเล็ก สีน้ำตาล (แดง) ไม่ค่อยนิยมเอามาเล่นชนกันเพราะ ไม่ค่อยมีความอดทน ดุดัน
5. กว่างฮัก เป็นกว่างตัวผู้ ตัวเล็ก ขนาดกว้าง ยาวประมาณ ๑ X ๒ นิ้ว (เท่ากับกว่างแซม) มีขายาว ตัวสีดำ หรือที่เรียกกันว่า " กว่างฮักน้ำปู๋ "ถ้าเป็นตัวสีดำ(ใส) เรียกว่า " กว่างฮักน้ำใส" ไม่ค่อยนิยมเอามาเล่นชนกัน
6. กว่างโซ้ง เป็นกว่างตัวผู้มีรูปร่างได้สัดส่วนสวยงาม ตัวใหญ่ ประมาณ ๑ ๑/๒ X ๑ ๑/๒ นิ้ว มีเขาโง้มยาว มีเล็บแหลมคม มีนิสัยอดทน ดุดัน และมีความฉลาด ตัวเป็นสีน้ำตาล (แดง) นิยมนำมาเล่นชนกันมากกว่าชนิดอื่น
7. กว่างห้าเขา มีรูปร่างใหญ่โตเท่ากับกว่างโซ้ง มีเขาห้าเขา ไม่นิยมนำมาชนกัน
อาหารของกว่าง  ได้แก่ บวบ กล้วย(สุก) มะพร้าว และอ้อย อาหารโปรดของมันจริงๆ คืออ้อย โดยเแฉพาะอ้อยตอง จะมีรสหวานมาก นิยมนำมาเลี้ยงกว่างโซ้ง
ซึ่งเป็นกว่างชน และการที่กว่างโซ้งได้ดูดกินน้ำหวานจากอ้อยมากมากจะทำให้มี
ร่างกายแข็งแรงและกำลังมากในการต่อสู้
การตั้งกว่าง   กว่างที่นิยมเอามาทำเป็นกว่างตั้ง ได้แก่ กว่างอี่หลุ้ม กว่างกิ และกว่างแซม จะมีด้ายเส้นเล็กผูกมัดติดที่เขา ถ้าเป็นตัวเมียจะมัดที่คอ ผูกมัดติดกับไม้หลักที่เสียบไว้กับท่อนอ้อย เริ่มตั้งกว่าง ตั้งแต่ ตอนหัวค่ำ จะตั้งเอาไว้สูงประมาณ ๒ - ๓ เมตร มีลวดทำเป็นขอสำหรับแขวนไว้ตามร่มไม้ ชายคาบ้าน หรือตามชายป่า ที่คาดว่าจะมีกว่าง เวลากลางคืนกว่างตั้งก็จะบินวนไปรอบๆ อ้อย เมื่อกว่างตัวใหม่ออกมาจากดิน ได้ยินเสียง หรือได้กลิ่นอ้อย ที่ตั้งไว้มันก็จะบินมาเกาะดูดกินน้ำหวาน จะไล่ชนกว่างตั้งที่เป็นตัวผู้ ถ้าหากเป็นตัวเมีย
ก็จะผสมพันธุ์กัน  เวลา 5 - 6 โมงเช้าต้องไปดูกว่างตั้ง ภาษาล้านนาเรียกว่า " ใจกว่าง " ว่าจะได้กว่างตามที่คิดไว้หรือเปล่า กว่างโซ้ง เมื่อมีความสมบูรณ์แข็งแรงดีแล้ว มักจะมีการนำเอามาทดลองชนกันดูก่อน กับกว่างที่มีขนาดเท่ากัน เพื่อเป็นการวัดแววความสามารถ ความเฉลียวฉลาด และอดทน ชาวบ้านมักเรียกว่า " จามกว่าง" สำหรับที่ชนกว่าง จริงๆนั้นจะน้องไปชนกันที่บ่อนกว่าง จะได้เป็นการชนกันที่ได้มาตรฐาน และถูกต้องตามกติกา ซึ่งเวทีชนกว่างนั้นจะทำเป็น " กอนไม้" ที่ทำมาจากไม้แกนปอ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว ยาวประมาณ 25 นิ้ว ตรงกลางเจาะรู สำหรับใส่กว่างตัวเมีย หรือแม่อี่้หลุ้ม ไว้ให้กว่างโซ้ง ที่จะมาทำศึกได้แย่งชิง ในทำนองศึกชิงนาง ใครทำศึกชนะก็ได้ไป กอนกว่างจะมีขาไม้รองหมุนกลับไปมาตามความเคลื่อนไหวของการต่อสู้ 
ไม้ฝั่นกว่าง  เป็นไม้สี่เหลี่ยมที่มีขนาดเล็กเรียวยาวประมาณ 5 - 6 นิ้วตรงกลางทำเป็นที่ใส่สังกะสีเป็นแผ่นเล็กๆ เมื่อฝั่นหรือหมุนจะทำให้เกิดเสียง จะมีบทบาทสำคัญทำให้ กว่างชนกันเสียงของไม้ฝั่น จะทำให้กว่างฮึกเหิมในการทำศึกต่อสู้ เมื่อกว่างต่อสู้โดยการเอาเขาทั้งสองข้างหนีบดันกันไปมา หรือที่เรียกว่า " คราม " การที่กว่างได้ออกแรงดันกันแรงๆ จนเกิดเสียงดับ " ขอบแขบ" ทำให้แข้งขาและเขาของมันอาจแตกหักหรือบิ่นได้ กองเชียร์ก็จะโห่เฮกันลั่น ไม้ฝั่นกว่างของพี่เลี้ยงทั้งสองฝ่ายก็จะทำหน้าที่กันไปเรื่อยๆ กว่างก็จะผลัดกันรุกผลัดกันรับตลอดเวลาการต่อสู้ จนเป็นที่สนุกสนาน
กว่างโซ้งบางตัวที่มีความเก่งกล้าสามารถ มีปฎิภาณไหวพริบดี ชนชนะมาหลายบ่อน ก็จะมีการซื้อขายกันในราคาแพง บางตัวมีราคาเป็นเรือนหมื่น ไม่แพ้ไก่ชน เหมือนกัน เด็กไจะไม่เอากว่างไปชนในบ่อน มักจะเล่นกันตามบ้าน (เล่นเอาม่วน) เป็นการเล่นพักผ่อนยามว่าง เพราะคงดีกว่าไปเล่นตู้เกมส์ของเด็กสมัยนี้ เพราะต้องเสียชั่วโมงละ 20 - 30 บาท การเล่นกว่างนอกจากจะได้ความสนุกเพลิดเพลินแล้ว ยังได้ศึกษาเรียนรู้ถึงวงจรชีวิต ของสัตว์ที่เรียกว่า " ชีววิทยา" อีกด้วย