การประเมินการหายใจ

IDevice Icon การซักประวัติ
  1. การซักประวัติทั่วไป ได้แก่
    • อาการสำคัญที่นำมาพบแพทย์
    • ระยะเวลาที่มีอาการ
    • ลักษณะการดำเนินของโรค และอาการอื่นๆ ร่วมด้วย
    • ประวัติการรักษาก่อนมาโรงพยาบาล
      ประวัติครอบครัว เช่น ภูมิแพ้ วัณโรค
      ประวัติเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เช่น การสูบบุหรี่ของผู้ใหญ่ภายในบ้าน
      ประวัติการเลี้ยงดู
      ประวัติการเจริญเติบโต


IDevice Icon
2. การซักประวัติอาการที่สำคัญ ได้แก่
  • อาการไอ โดยซักถามเกี่ยวกับ
    • ระยะเวลาการไอ ความถี่ ความรุนแรง
    • ช่วงเวลาการไอ เช่น ไอมากตอนกลางคืน ไอเมื่ออากาศเย็นๆ
    • ลักษณะการไอ เช่น ไอแห้งๆ ไอมีเสมหะ ไอเสียงก้อง
    • อาการอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น รับประทานอาหารแล้วไอ ดูดนมแล้วไอสำลัก
  • ลักษณะัของเสมหะ สี กลิ่น ปริมาณ
  • หายใจลำบาก หอบ เหนื่อย โดยซักถามเกี่ยวกับ
    • ลักษณะของการเกิดอาการ เช่น เกิดทันที ค่อยเป็นค่อยไป
    • ช่วงเวลาที่เกิด เช่น กลางคืน กลางวัน เมื่อจัดนอนตะแคงบางท่านอน
    • ระยะเวลาที่เกิดอาการ ความถี่ และความรุนแรง
    • การตอบสนองต่อการรักษา เช่น อาการดีขึ้นภายหลังพ่นยาขยายหลอดลม
    อาการเขียว โดยซักถามเกี่ยวกับระยะเวลาของกการเกิด ความรุนแรงของอาการ

img250_6
การตรวจร่างกาย
IDevice Icon การดู
  • ลักษณะการหายใจ มีหายใจหน้าอกบุ๋มหรือชายโครงบุ๋มหรือไม่
  • การนับอัตราการหายใจ
    ควรนับนานอย่างน้อย 30 - 60 วินาที
    ไม่ควรนับขณะที่เด็กออกกำลังหรือขณะร้อง
    อัตราการหายใจอาจพิ่มขึ้นเมื่อเด็กมีไข้ ร้องไห้ ออกกำลังกาย
    ปกติเด็กจะหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่และเด็กเล็กจะหายใจเร็วกว่าเด็กโต
  • การดูเคลื่อนไหวของทรวงอกและหน้าท้อง
    ทรวงอกปกติจะขยายออกเมื่อหายใจเข้าและแฟบลงเมื่อหายใจออก




IDevice Icon การคลำ

 

  • เพื่อประเมินการเคลื่อนไหวและการทำงานของระบบหายใจ  การคลำในระบบหายใจที่สำคัญคือ
    • การคลำต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ คอ และ Supraclavicular ทั้งสองข้าง
    • การคลำหลอดลมว่าอยู่ตรงกลางหรือไม่
    • การคลำทรวงอก เพื่อดูการเคลื่อนไหวของทรวงอก
    • การกดเจ็บบริเวณกระดูกซี่โครง กล้ามเนื้อ

IDevice Icon การเคาะ
  • โดยปกติปอดจะมีอากาศอยู่ในถุงลม เมื่อเคาะจะได้ยินเสียงโปร่ง (Resonance)
  • แต่ถ้ามีนำ้ในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือเคาะได้เสียงแน่นทึบ เรียกว่า Dull
  • แต่ถ้ามีอากาศค้างอยู่ในปอดมากผิดปกติ จะเคาะได้เสียงโปร่งกว่าปกติ  เรียกว่า Hyperresonance หรือ Tympany

IDevice Icon การฟัง

 

  • การฟังด้วยเครื่องมือ Stethoscope
    • ไม่ควรฟังผ่านเสื้อผ้า เพราะเสียงที่ได้ยินอาจไม่ใช่เสียงผิดปกติ
    • ใช้หูฟังด้าน Diaphragm
    • ควรฟังทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านนซ้ายและด้านขวา และเปรียบเทียบกัน
    • ให้ผู้ป่วยหายใจเข้าออกลึกๆ และฟังทั้งขณะหายใจเข้าและหายใจออก

img251_6
เสียงหายใจผิดปกติ
  1. Stridor เป็นเสียงที่เกิดจากลมหายใจที่ผ่านท่อทางเดินหายใจขนาดใหญ่ที่แคบ
    เช่น การบวมของกล่องเสียง หรือ หลอดลมใหญ่
  2. Rhonchi เป็นเสียงหายใจผิดปกติที่เกิดจากกการตีบแคบของหลอดลม หรือ หลอดลมฝอย
    อาจเกิดจากหลอดลมหดเกร็ง เยื่อบุหลอดลมบวมหรือ มีเสมหะในหลอดลม
  3. Crepitation หรือ Rales เป็นเสียงที่เกิดจากการมีสารน้ำในท่อหลอดลม
    เสียงคล้ายการขยี้เส้นผม
  4. Wheeze เป็นเสียงที่เกิดจากการตีบแคบของหลอดลมขนาดเล็ก
IDevice Icon การติดตามผลการตรวจวินิจฉัยอื่นๆ
  1. การตรวจเลือด ได้แก่
    • การตรวจความเข้มข้นของเม็ดเลือด
    • การตรวจจำนวนและลักษณะเม็ดเลือดขาว
  2. การวิเคราะห์ก๊าซในเลือแดง เพื่อประเมิน
    • ภาวะออกซิเจนในเลือด
    • ภาวะกรด-ด่างของร่างกาย
  3. การตรวจเสมหะ เพื่อตรวจหาเชื้อสาเหตุ
  4. ภาพรังสีทรวงอก
  5. การวัดค่าอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Oxygen saturation)
    โดยใช้ Pulse oximetry
  6. การตรวจสมรรถภาพปอด (Pulmonary function test)
  7. การส่องกล้อง (Bronchoscopy)

IDevice Icon Oxygen saturation
Show pulse-oximetry Image
pulse-oximetry
Show pulse-oximetry Image
pulse-oximetry
Show  Image
 
Show  Image